วันที่สาม ผู้เสียชีวิต 79 ราย ผู้บาดเจ็บ 752 ราย รวมเกิดอุบัติเหตุ 748 ครั้ง

Last updated: Dec 12, 2017  |  1532 จำนวนผู้เข้าชม  |  รายงานพิเศษ "สัญจรปลอดภัยสงกรานต์ 2560"

วันที่สาม ผู้เสียชีวิต 79 ราย ผู้บาดเจ็บ 752 ราย รวมเกิดอุบัติเหตุ 748 ครั้ง

ฉลองสงกรานต์อุบัติเหตุ 3 วัน สังเวยดับ167ราย บาดเจ็บพุ่ง 1,795 คนคุมเข้มรถจักรยานยนต์ รถกระบะเล่นสาดน้ำ ตรึงพื้นที่โซนนิ่ง


วันที่ 14 เมษายน 2560 เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ประจำปี 2560 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 13 เมษายน 2560 เกิดอุบัติเหตุ 748 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 79 ราย ผู้บาดเจ็บ 752 คน รวม 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 - 13 เม.ย.60 ได้เกิดอุบัติเหตุ รวม 1,743 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 167 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,795 คน ศปถ.กำชับจังหวัดเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานบนเส้นทางสายรอง พร้อมจัดชุดปฏิบัติการประจำตำบลตระเวนสอดส่องและเฝ้าระวังบริเวณสถานที่จัดงาน พื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ และเส้นทางโดยรอบพื้นที่โซนนิ่งเป็นพิเศษ รวมถึงเข้มงวดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด พร้อมย้ำจังหวัดดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวทุกแห่งทั่วประเทศ

โดยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ 2560 ประจำวันที่ 14 เมษายน 2560  เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2560 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนของวันที่ 13 เมษายน 2560 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ภายใต้แนวคิด “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 748 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 79 ราย ผู้บาดเจ็บ 752 คน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาแล้วขับ 402 ครั้ง ร้อยละ 48.80 ขับรถเร็ว 240 ครั้ง ร้อยละ 27.54  ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 668 คัน ร้อยละ  86.53 รถปิกอัพ 54 คัน ร้อยละ 6.99 แยกเป็น รถส่วนบุคคลร้อยละ 90.28 รถโดยสารสาธารณะ ร้อยละ 6.87 พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย  เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ตัดหน้ากระชั้นชิด และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 62.97 บนถนนใน อบต.หรือหมู่บ้าน ร้อยละ 35.70  ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 34.63 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 32.89 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 18.17 โดยได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,043 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,141 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 795,063 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 136,509 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 38,746 ราย ไม่มีใบขับขี่ 36,457 ราย จัดตั้งด่านชุมชน 9,754 ด่าน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 74,313 คน             

“จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และอุดรธานี 33 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ สกลนคร และกรุงเทพมหานคร 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 37 คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 3 วัน  ตั้งแต่วันที่ 11 - 13 เม.ย.60  ได้เกิดอุบัติเหตุรวม 1,743 ครั้ง  ผู้เสียชีวิตรวม 167 ราย  ผู้บาดเจ็บรวม 1,795 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 16 จังหวัด จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บในช่วง 3 วันมี 1 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 83 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 9 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 86 คน” รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว

รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวต่อว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบว่า สาเหตุที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ยังคงเกิดจากการดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว โดยรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ขณะที่ถนนสายรองและเส้นทางในชุมชน หรือหมู่บ้านเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าถนนสายหลัก ประกอบกับวันนี้เข้าสู่วันที่ 2 ของช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางถึงจุดหมายและท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่แล้ว ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจึงได้เน้นย้ำให้จังหวัดปรับมาตรการและวางแผนจัดตั้งจุดตรวจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ เน้นการเรียกตรวจผู้ขับขี่ที่ขับรถเร็ว พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานบนเส้นทางสายรอง รวมถึงเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานของด่านชุมชน จุดตรวจ และจุดสกัด โดยจัดชุดปฏิบัติการประจำตำบลตระเวนสอดส่องและเฝ้าระวังบริเวณสถานที่จัดงานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ เข้มงวดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ทั้งด้านสถานที่ ระยะเวลา และช่วงอายุของผู้ซื้อ นอกจากนี้ให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยในพื้นที่โซนนิ่ง   เล่นน้ำสงกรานต์และพื้นที่จัดงานของภาคเอกชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการจัดงานมิดไนท์สงกรานต์ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ เพื่อลดความสูญเสียและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้วาระ “ประเทศไทยปลอดภัย (Safety Thailand)”

ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้จังหวัดและอำเภอบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงาน  ในพื้นที่เข้มงวดมาตรการสร้างความปลอดภัยทางถนนแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว  โดยในพื้นที่ชุมชนให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการควบคุมการปฏิบัติงานของจุดสกัดและด่านชุมชน เน้นย้ำให้กวดขันผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ  กำหนดวิธีควบคุมให้เหมาะสม รวมถึงจัดชุดปฏิบัติการเจรจาและเคาะประตูบ้านเพื่อทำความเข้าใจแก่ลูกบ้านที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมกับตักเตือนมิให้ออกไปสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวและจัดงานสงกรานต์ ได้กำชับให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลเส้นทางโดยรอบพื้นที่ดังกล่าว เน้นการกวดขันในช่วงเวลาและกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และรถกระบะบรรทุกคนเล่นน้ำ

ขณะที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในช่วง 3 วัน ที่ผ่านมา พบว่า รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ร้อยละ 67.92 โดยมีสาเหตุสำคัญจากการขับรถเร็ว ร้อยละ 40.38 ทำให้ดัชนีความรุนแรงของอุบัติเหตุสูง ส่งผลให้มีอัตราการเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ ค่อนข้างสูง คิดเป็นร้อยละ 59.75 ประกอบกับในวันนี้การจราจรบนถนนสายหลักจะมีปริมาณรถน้อย ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ความเร็วได้ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ศปถ. จึงได้กำชับให้จังหวัดกวดขันการใช้ความเร็ว โดยเฉพาะรถกระบะ รถโดยสารสาธารณะ และรถตู้โดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง ส่วนถนนสายรองให้คุมเข้มรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ คึกคะนองในลักษณะเสี่ยงอันตราย เพื่อให้การเดินทางและการเล่นน้ำสงกรานต์เป็นไปด้วยความปลอดภัย

Powered by MakeWebEasy.com