สถานการณ์สื่อกับสังคมไทย ถึงเวลาฉลาดใช้สื่อ

Last updated: Dec 12, 2017  |  1248 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวเด่น

สถานการณ์สื่อกับสังคมไทย ถึงเวลาฉลาดใช้สื่อ

นักวิชาการ วิพากษ์ สื่อเก่าสูญพันธ์ุ เพราะพึ่งแต่แฟลตฟอร์มจากเมืองนอก ไม่พัฒนาคนตัวเองขณะที่ความรู้วารสารศาสตร์ยังจำเป็น เพื่อสร้างพลเมืองฉลาดเท่าทันการเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2560 ที่ TK PARK เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่น 7 (4ส7) สถาบันพระปกเกล้า จัดเวทีอภิปราย "สถานการณ์สื่อกับสังคมไทย: ถึงเวลาฉลาดใช้สื่อ" 

นายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า สื่อถูกเปรียบเป็นสุนัขเฝ้าบ้านหรือเป็นเหยี่ยว บินสูง มองไกล แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาสื่อกระแสหลักทำตัวเป็นแร้ง เพราะเรตติ้งขายได้ดี เพื่อให้ได้ข่าวอย่างกรณี ปอ ทฤษฎี เป็นต้น และด้วยภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ จากที่เคยเห่า สุนัขบางตัวก็ไม่ทำหน้าที่เเล้ว เป็นหมาบอด ไม่เห่า ด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ เลยเห่าไม่ได้หรือบางครั้งเห่าแต่ไม่กัด  บางครั้งด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจก็ทำทีว่าตรวจสอบ เขียนคอลัมภ์ ตรวจสอบ แต่แค่ทำทีเพราะอีกทางรับเงินจากทุน

นายธาม กล่าวถึงสื่อมวลชนยังถูกเปรียบเหมือนแมลงวัน แต่ตอนนี้แมลงวันไม่ตอมกันเอง เสือไม่กินเนื้อเสือ กลายเป็นเรื่องที่สื่อไม่ยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ กลายเป็นไม่มีการพัฒนา ขณะที่สื่อจำนวนมากทำตัวเป็นลิงแก้แห เช่น เรื่องสถาการณ์ภาคใต้ยิ่งรายงานข่าว สถานการณ์ยิ่งแรง เพราะสื่อมวลชนเอาตัวเองไปอยู่ในความขัดแย้ง ไม่ได้ทำกระจกที่ตรงไปตรงมา เช่นมักเขียนประโยคที่สงสาร เพื่อจะได้มีงบลงมาในพื้นที่

“นอกจากนี้เรายังเปรียบสื่อปัจจุบันเหมือนนกน้อยในกรงทอง จากเดิมความเป็นนกพิราบของสื่อ มีเสรีภาพ วันนี้สื่อมวลชนอยู่ใต้มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท องค์กรสื่อในยุคเก่า เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ วาทกรรมสื่อโดนลิดรอน คือเราสร้างกรงทองมาเอง” นายธาม กล่าว และว่า ขณะที่มีสัตว์ต่างถิ่นนั่นคือ รูปแบบสื่อ (Platform Media )  จากต่างประเทศเราแพ้เม็ดเงินจากต่างประเทศ นิวมีเดีย(New Media) ทำให้มาตราฐานการเสนอเท่ากันหมด สื่อในประเทศล้มหายหมด คือเราเอารูปแบบของต่างประเทศมา แต่ไม่ได้พัฒนาบุคลากรวิชาชีพในประเทศ

นายธาม กล่าวด้วยว่า สื่อเก่าเสี่ยงสูญพันธ์ุมากขึ้น คาดการณ์ว่า หนังสือพิมพ์กำลังก้าวสู่การสูญพันธุ์ภายในปี 2037ต้องย้ายแฟลตฟอร์ม ถ้าไม่ปรับตัวก็จะสูญพันธ์ุไป  เช่น การถ่ายทอดสดทางเฟสบุ๊ค ทำลายองค์กรขนาดเก่าที่ต้องอาศัยคนมาก กลายเป็นเล็กลง “small is new big” คือเล็กแต่ใหญ่  โลกกำลังจัดระเบียบใหม่ อาชีพสื่อมวลชน วิชาชีพนี้กำลังถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี ด้วยทุน ทุนไม่มีสัญชาติ ลุกลามทั่วประเทศ กระแสในอนาคต การเป็นองค์กรสื่อได้ด้วยตัวเองจะมากขึ้น  และเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก สื่อไม่จำเป็นสุนัขอย่างเดียว แต่เป็นหมาป่าพเนจร ทำงานคนเดียวในพื้นที่ตัวเองประเด็นที่สนใจ การที่มีศักดิ์และสิทธิ์ของฐานันดรที่ 4  กำลังถูกท้าทายโดยฐานันดรที่5 ที่มีกล้องแค่ตัวเดียว

"อย่าเสพติดยอดแชร์" 

ด้านนายพิภพ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อสารมวลชน กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  กล่าวว่า ในฐานะคนสื่อมาสิบกว่าปี เราทำข่าวเพื่อการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ส่วนกรงอยู่กับเจ้าของสื่อ  ในฐานะวิชาชีพสื่อเราไม่สนใจแค่เพียงความนิยม จะเป็นสุนัขที่กัดเร็วไม่ได้ เราไม่อยากกัดผิดคน ให้โอกาสว่าคนนี้ใช่หรือเปล่า การเป็นสุนัขมืออาชีพเราอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วม จึงอยากบอกคนสื่อว่า "อย่าเสพติดยอดแชร์"  อยากให้เสพติดยอดเปลี่ยนแปลงมากกว่า การเปลี่ยนแปลงที่ว่า คือ คนที่เสพเนื้อหาของเราเเล้วเขาสามารถนำไปเปลี่ยนแปลงต่อยอดได้

นายพิภพ กล่าวอีกว่า เราอยู่ในช่วงที่เปลี่ยนผ่าน เราปิดตัวเองไม่ได้ ต้องเข้าไปสร้างสรรค์ เป็นผู้สร้าง (maker) ซึ่งความหมายคือ เราฉลาดพอในฐานะประชากรของประเทศชาติ ต้องสร้างสื่อที่ฉลาดและสร้างผู้ใช้ที่เท่าทัน   

“เราคือสื่อ ทุกคนช่วยกันสร้างคอนเทนต์  ฉลาดอย่างไร ก็คือ ต้องกำกับตัวเองเป็น คัดกรองเป็น เข้าไปมีส่วนร่วมเป็น ในฐานะผู้สร้างเนื้อหา เราอยากให้คนของอนาคตมีความสร้างสรรค์ เป็นคนที่เถียงเป็น เป็นนักเอ๊ะ คือสงสัยว่าจริงหรือเปล่า ให้เกิดบรรยากาศถกเถียง เราไม่ต้องการคนว่าง่าย นับแค่จำนวนกดไลท์ นับแชร์” นายพิภพ กล่าวและว่า กลไกที่ทำให้คนในประเทศมีสามอย่างนี้คือ หลักวิชาวารสารศาตร์ ซึ่งอาชีพสื่อมวลชนมีลักษณะเด่นคือเป็นอาชีพเปิด ดังนั้นในการเรียนการสอนจำเป็นต้องสร้างความหมาย สร้างความคิด  เมื่อนักเรียน ได้เรียนรู้และสามารถเข้าใจ อธิบายโลกของตนเองได้ เขาจะกลายเป็นอนาคต

ขณะที่ผศ.ดร.วิลาสินี พิพิธกุล อดีตรองผู้อำนวยการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) กล่าวว่า วันนี้นักข่าวโทรทัศน์เวลาลงพื้นที่ต้องส่งออนไลน์ก่อน ต้องทวีตข้อความ โดนบอกว่า เราต้องเร็ว กำลังทำลายความเข้าใจของสังคม เราเลยต้องมานั่งคุยกันว่า ขอเนื้อหามาก่อนได้ไหม  ขณะเดียวกันต้องคิดว่า เรากำลังส่งเรื่องอะไรออกไป เรื่องนั้นมีประโยชน์ สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างไร  สุดยอดของคนทำสื่อออนไลน์ คือการแยกให้ออกไประหว่างเสียงบ่นทั่วไป(Noise) กับเสียงหลัก (Voice) คือ เสียงความคิดเห็น เสียงประชาชน

"วันนี้ถ้าดูสังคมไทยเราเต็มไปด้วยอย่างแรกมากกว่า ถึงแม้ว่าบริบทการรับข่าวสารจะเปลี่ยนไปมาก แต่จริงๆ เเล้วสูตรการรู้เท่าทันสื่อยังไม่เปลี่ยน"

 

ต้นฉบับ : https://www.isranews.org

Powered by MakeWebEasy.com