เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวความคืบหน้าคดี

Last updated: Jan 8, 2018  |  1811 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวเด่น

เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวความคืบหน้าคดี

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นคอร์รัปชันในสังคมไทย 10 ประเด็น ที่มีผู้คนสนใจแต่เห็นว่ายังเป็นปัญหาที่ควรนำเสนอต่อรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาต่อไปโดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับความล่าช้าของคดีนั้น  

วันที่ 5 มกราคม 2561 สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี นายวรวิทย์  สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ได้แถลงว่านับเป็นเรื่องน่ายินดีที่สังคมไทย ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกิดขึ้น และร่วมกันที่จะช่วยกันแก้ปัญหา เพื่อนำไปสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จึงขอแถลงความคืบหน้าคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ ดังนี้

1. คดีเงินทอนวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โครงการเงินอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัดและการพัฒนาวัดปีงบประมาณ 2555 – 2558 เป็นคดีที่เกิดขึ้นระหว่างปีงบประมาณ 2555 – 2558 แต่เพิ่งมีการกล่าวหาร้องเรียนมายังสำนักงาน ป.ป.ช. ในปี 2560 ขณะนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 133 วัด คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วจำนวน 12 วัด ส่วนที่เหลือ อีก 120 วัด อยู่ระหว่างขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริงของสำนักงาน ป.ป.ช. และมีหนึ่งคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัดและการพัฒนาวัด คือ คดีวัดพนัญเชิงวรวิหาร ซึ่งได้แถลงให้สื่อมวลชนทราบแล้ว  

2. คดีโครงการจัดหาที่ดินเพื่อปลูกปาล์มและผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 5 โครงการของบริษัท ปตท. กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติแต่งตั้งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริงเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 ปัจจุบันองค์คณะได้มีการสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวน 47 ราย และได้ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญาจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ในการขอเอกสารหลักฐานและร่วมสอบสวนพยานบุคคลแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561

3. คดีการจ่ายสินบนของบริษัท โรลส์ รอยซ์ จำกัด คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง  เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 โดยมีความคืบหน้าตามหน่วยงานที่ถูกกล่าวหาดังนี้ 

        3.1 กรณีบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) องค์คณะได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว 80% สอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว 60% ปัจจุบันอยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับสำนักงานอัยการสูงสุดในการขอความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญากับสหราชอาณาจักร (ประเทศอังกฤษ) 

        3.2 กรณีบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตเลียม จำกัด (มหาชน) องค์คณะได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว 60% ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง และได้มีการประสานความร่วมมือกับสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อขอความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญากับประเทศสหรัฐอเมริกา 

ทั้ง 2 คดี การรวบรวมพยานหลักฐานค่อนข้างยาก เนื่องจากเหตุเกิดนานแล้ว ระหว่างปี 2546 - 2547 และการรวบรวมพยานหลักฐานต้องรอพยานหลักฐานจากต่างประเทศ ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. ไม่สามารถทราบกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนได้ 

4. คดีการเช่าเครื่องบินเหมาลำของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ไปประชุมที่รัฐฮาวายประเทศสหรัฐอเมริกา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2560 แล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานจากการแสวงหาข้อเท็จจริงประกอบรายงานการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไม่ปรากฏว่ามีการกระทำผิดระเบียบแต่อย่างใด จึงมีมติไม่รับไว้ดำเนินการไต่สวนตามระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการตรวจสอบคำกล่าวหา การแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน พ.ศ. 2560 ข้อ 25 (2) 

5. คดีการอนุมัติให้บริษัทเอกชนเข้าใช้ที่ดินสาธารณะป่าห้วยเม็ก หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เนื้อที่ประมาณ 31 ไร่ 2 งาน 63 ตารางวา ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับเรื่องกล่าวหาเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 ปัจจุบันสำนักงาน ป.ป.ช. อยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานว่าการดำเนินการของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นไปโดยชอบหรือไม่ ส่วนเรื่องการจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพาที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อมวลชน จากการตรวจสอบข้อมูลไม่พบว่ามีผู้กล่าวหาร้องเรียนในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

Powered by MakeWebEasy.com