เลขานุการประจำ "ประธาน กสทช." โต้ข่าวปลด "ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล" พ้นรักษาการ "เลขาฯกสทช."

Last updated: 29 มิ.ย. 2566  |  3351 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เลขานุการประจำ "ประธาน กสทช." โต้ข่าวปลด "ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล" พ้นรักษาการ "เลขาฯกสทช."

เลขานุการประจำ "ประธาน กสทช." ออกประกาศฯ โต้ข่าวปลด "ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล" พ้นเก้าอี้ "รักษาการเลขาฯ กสทช." พวกพนักงาน "ขัดแย้ง-แบ่งฝักแบ่งฝ่าย" กระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา

          เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2566 พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำประธาน กสทช. (ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์) ลงนามประกาศข่าวประชาสัมพันธ์งานเลขานุการประธาน กสทช. โดยมีเนื้อหาว่า สืบเนื่องจากสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว กสทช. ได้มีมติปลดนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล และให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งรักษาการเลขาธิการ กสทช. และตั้งกรรมการตรวจสอบวินัย แต่ยังคงให้ปฏิบัติหน้าที่ รองเลขาธิการ กสทช. โดยแต่งตั้งให้นายภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ รองเลขาธิการ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รักษาการเลขาธิการ กสทช. นั้น

          ข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปในช่วงระยะเวลาที่ประธาน กสทช. อยู่ระหว่างเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ณ กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และในช่วงเวลาเดียวกัน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ลสทช. ก็อยู่ระหว่างการลาไปเข้าร่วมกิจกรรมหลักสูตร วปอ. ซึ่งข่าวการดำเนินการดังกล่าวก่อให้เกิดความสับสน เกิดความแตกแยกในหมู่พนักงาน กสทช. เกิดการกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา

          อีกทั้งเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนและฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง โดยไม่มีอำนาจและหน้าที่ที่แท้จริงในการออกคำสั่งแต่งตั้งรักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. และอำนาจในการสั่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย หากปล่อยให้เกิดกระทำการโดยพลการโดยไม่คำนึงถึง กฎ กติกา มารยาท ความหลงผิดในอำนาจหน้าที่เยี่ยงนี้ต่อไป จะยิ่งทำให้ สำนักงาน กสทช. เสียหาย เกิดความขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและยากที่จะแก้ไขเยียวยาได้ในที่สุด

          พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 มาตรา 56 กำหนดให้สำนักงาน กสทช. อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประธาน กสทช. มาตรา 60 กำหนดให้เลขาธิการ กสทช. ขึ้นตรงต่อประธาน กสทช. และมาตรา 61 กำหนดให้ประธาน กสทช. เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเลขาธิการ กสทช. โดยความเห็นชอบของ กสทช.

          และเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ตามระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการรักษาการแทน การปฏิบัติการแทน และการปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนในตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. และพนักงานของสำนักงาน กสทช. พ.ศ.2555 ข้อ 6 และข้อ 9

          จึงขอประกาศให้พนักงน สำนักงาน กสทช. ทุกคนทราบโดยทั่วกันว่า จนกระทั่งบัดนี้ประธาน กสทช. ยังไม่ได้มีคำสั่งยกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล จากการเป็นรักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. และยังไม่มีคำสั่งแต่งตั้งนายภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ รองเลขาธิการ ให้รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. แทนนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล แต่อย่างใด

          ดังนั้น นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่และมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับเลขาธิการ กสทช. ทุกประการจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน

          ก่อนหน้านี้ สื่อมวลชนหลายสำนักรายงานข่าวว่า ในการประชุมบอร์ด กสทช. เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 ที่ประชุม กสทช. ได้มีการประชุมลับ เพื่อพิจารณาผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก และมีมติเสียงข้างมากให้นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรักษาเลขาธิการ กสทช. พร้อมทั้งมีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ กรณีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกด้วย

          ต่อมามีรายงานว่า สำนักงาน กสทช. มีคำสั่ง กสทช. ที่ 568/2566 เรื่อง คำสั่งแต่งตั้งพนักงานเป็นผู้รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. โดยแต่งตั้งนายภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ เป็นผู้รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ในวันที่ 11-18 มิ.ย.2566 และแต่งตั้งนายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม เป็นผู้รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ในวันที่ 19-20 มิถุนายน 2566

          กระทั่งล่าสุดในวันนี้ (21 มิถุนายน 2566) เลขานุการประจำประธาน กสทช. (ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์) ได้ออกประกาศงานเลขานุการประธาน กสทช. ปฏิเสธกรณีมีคำสั่งให้ นายไตรรัตน์ หยุดปฏิบัติหน้าที่รักษาการเลขาธิการ กสทช. ดังกล่าว

          ด้าน แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 บอร์ด กสทช. มีมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 2 ต่อ 1 ให้ปลดนายไตรรัตน์ จากตำแหน่งรักษาการเลขาธิการ กสทช. และให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ กรณีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก และในการประชุมบอร์ด กสทช. นัดต่อมา บอร์ด กสทช.ได้รับรองมติการประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 แล้ว 

          อย่างไรก็ดี เมื่อส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ผู้มีอำนาจลงนามในคำสั่งปลดนายไตรรัตน์ จากตำแหน่งรักษาการเลขาธิการ กสทช. และคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยฯนายไตรรัตน์ ปรากฏว่าผู้มีอำนาจไม่ลงนามคำสั่งลงมา และต่อมาเลขานุการประจำประธาน กสทช. ได้ออกประกาศข่าวประชาสัมพันธ์ว่า นายไตรรัตน์ ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่และมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับเลขาธิการ กสทช. ทุกประการ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้