พลิกแฟ้มมติ ป.ป.ช.ฟันทุจริต นายอำเภอ-ปลัด ปลอมใบเกิดช่วยต่างด้าวได้สัญชาติไทย Ep17

Last updated: 2021-03-15  |  1487 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พลิกแฟ้มมติ ป.ป.ช.ฟันทุจริต นายอำเภอ-ปลัด ปลอมใบเกิดช่วยต่างด้าวได้สัญชาติไทย Ep17

นาย ก. นายอำเภอ ร่วมกับ นาย ข. ปลัดอำเภอในฐานะผู้ช่วยนายทะเบียน ได้ร่วมกันกระทำการให้นาย A และนางสาว B ได้รับหนังสือรับรองการเกิดในประเทศไทยโดยจัดทำเอกสารรับรองการเกิดในประเทศไทยอันเป็นเท็จและได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ เนื่องจากมีหลักฐานชัดแจ้งว่าบุคคลทั้งสองมิได้เกิดในประเทศไทย

พลิกแฟ้มมติ ป.ป.ช.ฟันทุจริตคดีดังในอดีต ที่ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org นำข้อมูลมาเสนอต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 17 เพื่อเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายนำไปใช้เป็นแนวทาง ในการตรวจสอบคดีทุจริตต่างๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ว่า รูปแบบพฤติการณ์การทุจริต รวมไปถึงข้อกฎหมายสำคัญที่ใช้ในการตัดสินคดีของ ป.ป.ช. มีรายละเอียดเป็นอย่างไร ในสัปดาห์นี้ ยังคงเป็นตัวอย่างคดีทุจริตในหมวด การทุจริตเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร์ จะมีคดีสำคัญอะไรบ้างไปติดตามกันได้เลย (การเผยแพร่ข้อมูลระบุชื่อผู้เกี่ยวข้อง เป็นตัวอักษรย่อ เพื่อปกป้องสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา เพราะบางคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล)

@ ออกเอกสารรับรองการเกิดในประเทศไทยอันเป็นเท็จและได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ

ข้อเท็จจริง นาย ก. นายอำเภอ ร่วมกับ นาย ข. ปลัดอำเภอในฐานะผู้ช่วยนายทะเบียน ได้ร่วมกันกระทำการให้นาย A และนางสาว B ได้รับหนังสือรับรองการเกิดในประเทศไทยโดยจัดทำเอกสารรับรองการเกิดในประเทศไทยอันเป็นเท็จและได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ เนื่องจากมีหลักฐานชัดแจ้งว่าบุคคลทั้งสองมิได้เกิดในประเทศไทย

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. การกระทำของนาย ก. และ นาย ข. มีมูลความผิดทางวินัย ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 85 (1) และ (4) และมีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และฐานทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50

ส่วนนาย A และนางสาว B มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด ในฐานความผิดดังกล่าวข้างต้น

@ รับแจ้งเกิดและออกหลักฐานใบรับแจ้งการเกิดอันเป็นเท็จ

ข้อเท็จจริง นาย ก. ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านได้รับการแต่งตั้งจากผู้อำนวยการทะเบียนกลางให้เป็นนายทะเบียนผู้รับแจ้ง โดยให้มีหน้าที่ออกหลักฐาน 1. ใบรับแจ้งการเกิด ท.ร. 1 ตอนหน้า 2. ใบรับแจ้งการตาย ท.ร.4 ตอนหน้า 3. ใบรับแจ้งการย้ายที่อยู่ ท.ร. 6 ตอนหน้า และ 4. ใบรับแจ้งเกี่ยวกับบ้าน ท.ร. 9 ในเขตท้องที่หมู่บ้านของตน

ต่อมา นาย ข. ได้ไปแจ้งการเกิดเด็กหญิง 3 บุตรสาวของนาย 1 กับนาง 2 ไม่ทราบนามสกุล ว่าเป็นบุตรของตน และนาย ก. ได้รับจดแจ้งการเกิดของเด็กหญิง 3 ในใบรับแจ้งการเกิด ท. 1 ตอนหน้าว่าเป็นบุตรของนาย ข. กับนาง อ. อันเป็นเท็จ โดยนาย ก. และนาย ข. ได้รู้ข้อเท็จจริงอยู่ก่อนแล้วว่าเด็กหญิง 3 มิได้เป็นบุตรของนาย ข. กับนาง อ. แต่อย่างใด เป็นเหตุให้ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. การกระทำของนาย ก. เป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (4) และฐานทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 รับแจ้งเกิดและออกหลักฐานใบรับแจ้งการเกิดอันเป็นเท็จเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ และการกระทำของนาย ข. เป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (4) ประกอบมาตรา 86

@ เจ้าพนักงานปลอมเอกสารทะเบียนการหย่า

ข้อเท็จจริง นาย ช. ในฐานะปลัดอำเภอ ก. รักษาราชการแทนนายอำเภอ ก. ทำหน้าที่นายทะเบียนอำเภอ ก. ได้ดำเนินการจดทะเบียนหย่าให้นาง ส. โดยที่คู่สมรสของนาง ส. มิได้เดินทางมาจดทะเบียนหย่าที่สำนักทะเบียนอำเภอ ก. แต่อย่างใด

นาย ช. ได้สั่งการให้นาย ส. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอ ก. ช่วยงานบัตรประจำตัวประชาชน สำนักทะเบียนอำเภอกระสัง ทำการเขียนทะเบียนการหย่า (คร.6) ตามร่างบันทึกที่ผู้ถูกกล่าวหาให้เขียนลงในทะเบียนซึ่งมีข้อความว่าบุคคลทั้งสองฝ่ายสมัครใจหย่าขาดจากกัน และยินยอมให้บุตรทั้งสองคนอยู่ในความปกครองของนาง ส. และเรื่องทรัพย์สินคู่หย่าทั้งสองฝ่ายไม่ประสงค์จะให้นายทะเบียนบันทึกไว้แต่อย่างใด โดยสั่งการให้บุคคล 2 ราย ลงลายมือชื่อในฐานะพยานในทะเบียนการหย่าดังกล่าว และลงลายมือชื่อของนาย ช. ในฐานะนายทะเบียนในทะเบียนการหย่า (คร.6)

ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์ตัวอย่างลายมือชื่อของคู่สมรสอีกฝ่ายในทะเบียนการหย่า (คร.6) จากกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานวิทยาการตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความเห็นว่าลายมือชื่อดังกล่าว มีคุณสมบัติของการเขียน รูปลักษณะของตัวอักษรแตกต่างกัน จึงลงความเห็นว่าไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคคลเดียวกัน จึงฟังได้ว่าลายมือชื่อในทะเบียนการหย่า (คร.6) เป็นลายมือชื่อปลอม และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้นาย ช. เป็นผู้รับจดทะเบียนการหย่า จึงเป็นผู้กระทำการปลอมหรือเป็นตัวการในการปลอมลายมือชื่อดังกล่าว เนื่องจากในการจดทะเบียนการหย่าจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำร้องขอจดทะเบียนการหย่า เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน และใบสำคัญการสมรส เป็นต้น โดยนาย ช. ในฐานะนายทะเบียนย่อมมีหน้าที่ชี้แจงผลการจดทะเบียนการหย่าให้คู่หย่าทราบ และคู่หย่าต้องลงลายมือชื่อในทะเบียนการหย่าต่อหน้านายทะเบียน แสดงให้เห็นว่าคู่หย่าต้องมาแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียน จึงย่อมรู้ข้อเท็จจริงว่าบุคคลซึ่งปรากฏต่อหน้าตนเพื่อขอจดทะเบียนการหย่านั้นเป็นคู่สมรสที่ต้องการจดทะเบียนการหย่าจริงหรือไม่ แต่ยังคงดำเนินการจดทะเบียนการหย่าให้นาง ส. ไปโดยมิชอบ

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. การกระทำของนาย ช. เป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 มาตรา 82 วรรคสาม และเป็นความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 161 ประกอบมาตรา 96

ขอขอบคุณข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักข่าวอิศรา

Powered by MakeWebEasy.com