พลิกแฟ้มมติ ป.ป.ช.ฟันทุจริต นาย ‘ก’ จนท.ทะเบียน เรียกเงินช่วยเปลี่ยนชื่อ-สวมเลขบัตรประชาชน Ep18

Last updated: 2021-03-16  |  699 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พลิกแฟ้มมติ ป.ป.ช.ฟันทุจริต นาย ‘ก’ จนท.ทะเบียน เรียกเงินช่วยเปลี่ยนชื่อ-สวมเลขบัตรประชาชน Ep18

นาย ก. เรียกรับเงินเป็นค่าตอบแทนในการช่วยเหลือดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลง โดยนาย ก. ใช้รหัสประจำตัวของตนเองเข้าไปในฐานข้อมูลแก้ไขรหัสประจำบ้าน และแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของนาย บ. โดยสวมเลขประจำตัวประชาชนของผู้อื่น การกระทำของนาย ก จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเหตุให้ผู้อื่นและทางราชการได้รับความเสียหาย

พลิกแฟ้มมติ ป.ป.ช.ฟันทุจริตคดีดังในอดีต ที่สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org นำข้อมูลมาเสนอต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 18 เพื่อเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายนำไปใช้เป็นแนวทาง ในการตรวจสอบคดีทุจริตต่างๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ว่า รูปแบบพฤติการณ์การทุจริต รวมไปถึงข้อกฎหมายสำคัญที่ใช้ในการตัดสินคดีของ ป.ป.ช. ในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของตัวอย่างคดีทุจริตในหมวดการทุจริตเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร์ จะมีคดีสำคัญอะไรบ้างไปติดตามกันได้เลย (การเผยแพร่ข้อมูลระบุชื่อผู้เกี่ยวข้อง เป็นตัวอักษรย่อ เพื่อปกป้องสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา เพราะบางคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล)

@ ช่วยเหลือเปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนแปลงเลขบัตรประชาชน

ข้อเท็จจริง นาย บ. ได้ไปพบนาย ก. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนและบัตร เพื่อขอให้ช่วยเปลี่ยนชื่อและรายการทางทะเบียนเพื่อเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ โดยนาย ก. เรียกรับเงินเป็นค่าตอบแทนในการช่วยเหลือดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลง โดยนาย ก. ใช้รหัสประจำตัวของตนเองเข้าไปในฐานข้อมูลแก้ไขรหัสประจำบ้าน และแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของนาย บ. โดยสวมเลขประจำตัวประชาชนของผู้อื่น การกระทำของนาย ก จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเหตุให้ผู้อื่นและทางราชการได้รับความเสียหาย

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. การกระทำของนาย ก. เป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 มาตรา 82 วรรคสาม มาตรา 85 วรรคสอง และมาตรา 98 วรรคสอง และเป็นความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 มาตรา 149 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) และเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2535 มาตรา 50

@ ปลอมใบแจ้งย้ายที่อยู่เพื่อสวมบัตรประชาชน

ข้อเท็จจริง นาย ก. เจ้าพนักงานปกครอง แลนาย ข. เจ้าหน้าที่ปกครอง ร่วมกระทำการโดยทุจริตช่วยเหลือนางสาว ร. ในการปลอมใบแจ้งย้ายที่อยู่อันเป็นเอกสารที่มีการยกเลิกการใช้แล้ว มาแจ้งย้ายที่อยู่ของนาย ค. จากบ้านเลขที่ในจังหวัดหนึ่ง ซึ่งเป็นทะเบียนบ้านกลางมาเข้าบ้านเลขที่ในกรุงเทพมหานคร และปลอมลายมือชื่อนาย ค. ในเอกสารเพื่อจะได้ดำเนินการทำบัตรประชาชน และนำเอกสารเกี่ยวกับการยื่นคำขอมีบัตรประชาชนไปให้นางสาว ร. ลงลายนิ้วมือแล้วนาย ข. ได้จัดทำบัตรประชาชนโดยให้นาย ก. เป็นผู้สอบปากคำนางสาว ร. ในฐานะเจ้าบ้านและผู้รับรองตัวบุคคล และเป็นผู้ลงนามอนุมัติในทะเบียน การกระทำของนาย ก. และนาย ข. จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใด ได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นเท็จ และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเป็นเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. การกระทำของนาย ก. และนาย ข. เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 มาตรา 82 ประกอบมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และเป็นความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 162 (1) (4) มาตรา 264 และมาตรา 267 ประกอบมาตรา 84 ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 และตามพระราชบัญญัติบัตรประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14

@ เรียก รับเงินในการแจ้งเกิดเกินกำหนด เพิ่มชื่อบุคคลในทะเบียนบ้าน และจัดทำบัตรประชาชนโดยทุจริต

ข้อเท็จจริง นาย ก. ได้ไปพบนาย ข. ซึ่งทำหน้าที่ผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ ณ สำนักทะเบียนอำเภอ เพื่อให้เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านและทำบัตรประจำตัวประชาชนให้กับนาย ค. โดยนาย ข. ได้เรียกร้องเงินเป็นค่าตอบแทนในการดำเนินการให้ ต่อมานาย ก. ได้พานาย ค. ไปที่สำนักทะเบียนอำเภอ และนาย ข. ได้ดำเนินการจัดทำคำร้องเกี่ยวกับงานทะเบียนราษฎรให้นาย ก. ลงชื่อขอแจ้งเกิดเกินกำหนดให้นาย ค. และจัดทำบันทึกถ้อยคำให้พยานลงชื่อรับรองว่านาย ค. เป็นบุตรของนาย ก. จากนั้นจึงเพิ่มซื่อนาย ค. ลงในทะเบียนบ้าน หลังจากนั้นนาย ข. ได้เรียกรับเงินจำนวน 2 ครั้ง ก่อนที่จะมอบบัตรประชาชนให้ การกระทำของนาย ก. จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหาย เป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานกระทำการรับรองเอกสารเป็นเท็จ

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. การกระทำของนาย ข. เป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 มาตรา 82 วรรคสาม และมาตรา 98 วรรคสอง และเป็นความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 157 และมาตรา 162 ประกอบมาตรา 91

ขอขอบคุณข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักข่าวอิศรา

Powered by MakeWebEasy.com