ศาลฎีกาฯรับฟ้องคดีฟุตซอล "วิรัช รัตนเศรษฐ" หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.

Last updated: 2021-11-02  |  1903 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ศาลฎีกาฯรับฟ้องคดีฟุตซอล "วิรัช รัตนเศรษฐ" หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.

ศาลฎีกานักการเมืองสั่งประทับฟ้อง "วิรัช รัตนเศรษฐ" ประธานวิปรัฐบาลกับพวก 87 คน สั่งยุติปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. คดีทุจริตสนามฟุตซอลโคราช ศาลนัดพิจารณาคดีนัดเเรกวันที่ 20 ธันวาคม 2564

        เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีการประชุมคดีพิจารณาสำนวนที่อัยการสูงสุด ฟ้องนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ กับพวก รวม 87 คน ในข้อหา แตกต่างกันสรุปรวมว่า ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐทุจริตในการร่วมกันออกแบบ กำหนดเงื่อนไขอันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม, เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐร่วมกันกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยรัฐ หรือกระทำการใดๆ โดยมิได้มุ่งหมายแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม

        เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองร่วมกระทำความผิดการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ, เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐมีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติพิจารณาหรือดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาครั้งใด รู้หรือมีพฤติการณ์แจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้นมีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยรัฐ เพื่อให้มีการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับเสนอราคาในครั้งนั้น, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

        เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ, เป็นเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ทำเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสารในการปฏิบัติการตามหน้าที่รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น หรือว่ากระการอย่างใดต่อหน้าที่ของตนอันเป็นเท็จ, ร่วมกันใช้อุบายหลอกลวงหรือกระทำการโดยวิธีอื่นใดเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่มีโอกาสได้เสนอราคาอย่างเป็นธรรม

        ตกลงร่วมกันเสนอราคาเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้หนึ่งผู้ใด เป็นผู้มีสิทธิในการทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม, ร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันปลอมเอกสาร, ร่วมกันใช้เอกสารปลอม, สนับสนุนเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าพนักงานของรัฐในการทำหน้าที่โดยทุจริต, พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10, 11, 12, 13, พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157, 162, 264, 265, 268, 83, 86, 91

        ในคดีทุจริตสนามฟุตซอลโรงเรียนในจังหวัดนครราชสีมา ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

        โดยคดีนี้ทาง ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมชี้มูลความผิดนายวิรัชสมัยเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร่วมกันกับพวก รวม 87 คน ทุจริตเงินจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ.2555 จัดสร้างสนามฟุตซอลให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา 18 จังหวัด มูลค่า 4,459 ล้านบาท รวมทั้งโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา เขต 2 จังหวัดนครราชสีมาด้วย แต่ปรากฏว่าการสร้างสนามฟุตซอลในจังหวัดนครราชสีมา กลับสร้างไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถใช้งานได้

        โดยวันนี้องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาสำนวนแล้วมีคำสั่งประทับรับฟ้อง ซึ่งตามวิ.อม.บัญญัติไว้ว่าหากศาลประทับฟ้องแล้วให้จำเลยยุติปฏิบัติหน้าที่เว้นแต่ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

        ฉะนั้นจำเลยที่มีตำแหน่งหน้าที่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาล

        โดยศาลนัดพิจารณาคดีนัดแรกวันที่ 20 ธันวาคม 2564 (สอบคำให้การ) เวลา 9.00 น.

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเท่ากับภายหลังมีคำสั่งวันนี้นายวิรัช รัตนเศรษฐ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.

อ้างอิงข่าว : https://www.thaipost.net/news-update/politics-news/17281/

        แหล่งข่าวสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผย สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ว่า สำหรับขั้นตอนตามกฎหมาย หลังอัยการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อเดือนกันยายน 2564 ศาลฎีกาได้นัดประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพื่อเลือกองค์คณะผู้รับผิดชอบเฉพาะคดีนี้ 9 คน ทั้งนี้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้เลือก นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี เป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน

        แหล่งข่าวจากสำนักศาลยุติธรรม เปิดเผยด้วยว่า ในวันที่มีการประชุมนั้น ที่ประชุมองค์คณะเพื่อเลือกผู้พิพาพากษาเจ้าของสำนวนสามารถนำคำฟ้องคดีขึ้นมาพิจารณา และมีคำสั่งประทับรับฟ้องไว้พิจารณาได้ ซึ่งตามขั้นตอนทางกฎหมายก็จะนำคำสั่งดังกล่าวไปอ่านให้คู่ความฟังในวันที่ได้มีการนัดฟังคำสั่งวันที่ 20 ธันวาคม 2564 ในวันที่นัดพิจารณาคือวันที่ 20 ธันวาคม

        นอกจากนั้นในส่วนขั้นตอนทางธุรการนั้น เมื่อองค์คณะผู้พิพากษามีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาแล้ว ก็จะสามารถทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ที่ตกเป็นจำเลยได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันนัดฟังคำสั่งในวันที่ 20 ธันวาคม ซึ่งจะมีผลทำให้จำเลย ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกัน

        สื่อหลายสำนักรายงานด้วยว่า สำหรับคดีฟุตซอลที่มีนายวิรัช กับพวก 87 คน ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ในข้อหาที่แตกต่างกัน อาทิ สรุปรวมว่าฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐทุจริตในการร่วมกันออกแบบ กำหนดเงื่อนไขอันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐร่วมกันกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยรัฐ หรือกระทำการใดๆ โดยมิได้มุ่งหมายแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม

        เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองร่วมกระทำความผิดการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ, เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐมีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติพิจารณาหรือดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาครั้งใด รู้หรือมีพฤติการณ์แจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้นมีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยรัฐ เพื่อให้มีการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับเสนอราคาในครั้งนั้น, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

        เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ, เป็นเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ทำเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสารในการปฏิบัติการตามหน้าที่รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น หรือว่ากระการอย่างใดต่อหน้าที่ของตนอันเป็นเท็จ, ร่วมกันใช้อุบายหลอกลวงหรือกระทำการโดยวิธีอื่นใดเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่มีโอกาสได้เสนอราคาอย่างเป็นธรรม

        ตกลงร่วมกันเสนอราคาเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้หนึ่งผู้ใด เป็นผู้มีสิทธิในการทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม, ร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันปลอมเอกสาร, ร่วมกันใช้เอกสารปลอม, สนับสนุนเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าพนักงานของรัฐในการทำหน้าที่โดยทุจริต, พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10, 11, 12, 13, พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157, 162, 264, 265, 268, 83, 86, 91

อ้างอิงข่าว : https://www.isranews.org/article/isranews/103861-isranews_news-204.html

Powered by MakeWebEasy.com